วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551

การบ้าน

การบ้านครั้งที่ 1 ให้นักศึกษาอธิบายความจากหัวข้อต่อไปนี้
1.จงอธิบายความหมายของสำนักงาน
-สำนักงาน คือ สถานที่แห่งหนึ่งซี่งอาจเป็นห้องเดียวหรือหลายห้อง จะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ได้ อาจเป็นสถานที่สำหรับทำธุรกรรมต่างๆ หรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานหรือควบคุมการดำเนินงานโดยอาศัยสารสนเทศเป็นเครื่องมือ โดยมีหน้าที่รับข้อมูลจากผู้หนึ่งมาประมวลผลแล้วส่งไปให้อีกผู้หนึ่ง การจำแนกข้อมูลหรือเอกสารในสำนักงานตามลักษณะและประเภท 1.1 ลักษณะ
1.1.1 คำสั่ง เช่น ใบสั่งซื้อสินค้า ใบขอถอนเงิน
1.1.2 รายงาน เช่น รายงานผลประกอบการ รายงานโครงการ รายงานความคืบหน้าโครงการ1.1.3 บันทึกช่วยจำ 1.1.4 ข่าว
1.2 ประเภท
1.2.1 เอกสารพิมพ์
1.2.2 เสียง เช่น โทรศัพท์
1.2.3 ภาพลักษณ์ เช่น แผนภูมิ
1.2.4 สื่อที่คอมพิวเตอร์อ่านได้
2.การจัดการสำนักงานประกอบด้วยกิจกรรมใดบ้าง
- การจัดการสำนักงาน ได้ผลประกอบด้วยกิจกรรมด้านต่างๆ 3 ประการ ดังนี้
1.การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
2.การจัดสายงาน การจัดสายงานและจัดพนักงานเข้าทำงานในสำนักงาน การปฏิบัติงานที่นอกเหนือจากการบริหารใน สำนักงาน อาจจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ดังนี้ งานวิชาชีพ เช่น การทำบัญชี การตรวจสอบบัญชี สถาปนิก วิศวกร,งานสายสนับสนุน เช่น พนักงานขายสินค้า ช่าง นักเทคนิค,งานสายสำนักงาน เช่น เลขานุการ พนักงานเดินสาร เจ้าหน้าที่สารบรรณ,การควบคุมการปฏิบัติงาน เช่นการควบคุมค่าใช้จ่าย การควบคุมการใช้ทรัพยากร การควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุ,สำนักงาน การควบคุมการเข้าออกบริเวณ,การแก้ปัญหา เพื่อเป็นวิธีการปฏิบัติงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน,การสร้างขวัญและกำลังใจ การพิจารณาเพิ่มเงินเดือน การพิจารณารางวัลการทำงาน,การอำนวยการ เพื่อระดมทรัพยากรในการทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และช่วยให้การทำงานบรรลุวัตถุประสงค์ลุล่วงไปด้วยดี
3. สภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต, การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน,สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย เทคโนโลยีสำนักงาน การปฏิบัติงานกับเอกสารอาจประยุกต์เทคโนโลยีมาใช้ได้ดังนี้ ระบบงานพิมพ์,ระบบโทรคมนาคม,ระบบการจัดส่งและจัดเก็บเอกสาร, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล,ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต



3.การวางแผนสำนักงานจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
- การวางแผนสำนักงาน ซึ่งที่เหมาะสมประกอบด้วย,การวางแผนการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อม,การวางแผนขั้นตอนการปฏิบัติงานกับการรับส่งและการจัดทำเอกสาร,การวางแผนเกี่ยวกับกระแสงาน,การวางแผนการจัดหาบุคลากรตลอดจนการพัฒนาบุคลากรสำนักงาน,การวางแผนการรักษาความปลอดภัยของเอกสาร ข้อมูล ทรัพย์สิน และพนักงานในสำนักงาน ,การวางแผนการติดต่อสื่อสารภายในและภายนอกด้วยระบบโทรศัพท์และโทรสาร,การวางแผนการจัดซื้อ อุปกรณ์ เครื่องใช้และวัสดุสำนักงาน,การวางแผนค่าใช้จ่ายในสำนักงาน
4.สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับที่ตั้งขอสำนักงานมีผลต่อการปฏิบัติงานอย่างไร
สภาพแวดล้อมของสำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้
1 ที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมักคำนึงถึงการเดินทาง การขยายและปรับปรุงในอนาคต
2 การคมนาคม เป็นการพิจารณาเพื่อให้ผู้ทำงานบริการเวลาในการเข้าและออกจากสำนักงาน ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมขณะเดินทางมาทำงาน
3 สภาพจิตใจ พนักงานควรมีสภาพจิตใจที่พร้อมจะทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาภายในสำนักงานจากระบบงาน ระบบการบังคับบัญชาด้วย
5.เทคโนโลยีที่มีใช้ในสำนักงานมีอะไรบ้าง
เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงาน แบ่งได้ดังนี้
  • เทคโนโลยีสารสนเทศ
  • การจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ

เทคโนโลยีสารสนเทศ
ความหมาย คือ เครื่องมือ เครื่องใช้ กระบวนการ หรือระบบงานต่างๆ ที่ก่อให้เกิดสารสนเทศตามความต้องการของผู้ใช้งานเป็นการรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และแสดงผลลัพธ์ เป็นสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจ
การจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
หลักของการจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีดังนี้ คือ

1. มีการวางแผนของการจัดการระบบข้อมูล
2. มีการออกแบบและพัฒนาระบบข้อมูล
3. ได้รับความร่วมมือจากบุคคลากรฝ่ายงานต่างๆ
เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ
ลักษณะของการใช้เทคโนโลยีในสำนักงานอัตโนมัติ แบ่งได้เป็น 5 ลักษณะงาน คือ
1. งานด้านการจัดการเอกสาร
2. งานด้านการจัดการข่าวสาร
3. งานด้านการประชุม
4. งานด้านการสนับสนุนสำนักงาน
5. งานด้านการสนับสนุนผู้บริหาร
6.เหตุผลที่หน่วยงานต้องพัฒนาระบสำนักงานอัตโนมัติคืออะไร
เศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายทางด้านเอกสาร เงินเดือนพนักงานที่จัดการเอกสาร ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนมาเพื่อลดต้นทุน โดยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยจัดการงานเอกสาร สารสนเทศ ข้อมูลข่าวสารเกิดขึ้นตลอดเวลา การพัฒนาเพื่อรองรับ และการหาระบบเพื่อสำรองข้อมูลและสื่อในการรับรู้ ทำให้เกิดสำนักงานอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงสำนักงานธรรมดาไปสู่สำนักงานอัตโนมัติ มีรากฐานอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอันประกอบด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีโทรคมนาคม
7.การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานจำแนกได้กี่ด้าน
4 ด้าน คือ
1. ด้านการสื่อสาร
2. ด้านการจัดการเอกสารต่าง ๆ ในสำนักงาน
3. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. ด้านการรับส่งข้อมูลภายในสำนักงาน
8.สำนักงานอัตโนมัติมีประโยชน์อะไรบ้าง
1. ความรวดเร็วในการนำไปใช้งาน Timelines สามารถให้ข้อมูลที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ทันกับความต้องการ
2. ความถูกต้อง Accuracy ได้รับข้อมูลที่มีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น
3. ลดเวลาในการทำงาน Reduce Time ประหยัดเวลาในการดำเนินงา
4. ลดค่าใช้จ่าย Reduce Cost ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
5. เพิ่มประสิทธิภาพ Efficiency ในด้านการติดต่อสื่อสารข้อมูล
6. การใช้ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งปรากฎข้อมูลต่าง ๆ บนจอภาพนั้นเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านการติดต่อสื่อสารโดยการเพิ่มความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสทางตาและหูไปพร้อมกัน จึงช่วยให้เกิดความเข้าใจและความจำสมบูรณ์ขึ้นพร้อมทั้งสื่อสารได้ไกลและกว้างยิ่งขึ้น ช่วยลดความจำเจซ้ำซากของงานลงได้ทำให้ไม่เบื่องาน
9.การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโมัติมีกี่วิธีอะไรบ้าง
การพัฒนาระบบสำนักงานอัตโนมัติมี 7 วิธีดังนี้
1. การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ
2. การออกแบบระบบ
3. การสร้างและการติดตั้งระบบ
4. การทดสอบระบบงาน
5. การเตรียมตัวใช้งานระบบ
6. การเปลี่ยนระบบ
7. การประเมินและปรับปรุงระบบ
10.ในการเรียนการสอนมีปัญหาอะไรบ้างจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
บางครั้งอาจารย์สอนเร็วเกินไปคนที่รู้เรื่องแล้วก็อาจเข้าใจ แต่สำหรับบางคนทึ่ยังไม่รู้จักเรื่อง
บางครั้งก็ตามไม่ทันครับแต่โดยรวมแล้วก็เข้าใจครับ
11.สรุปวิวัฒนาการของสำนักงานอัตโนมัติ
ปี ค.ส. 1960 ใช้เครื่องพิมพ์ดีด (Typing) โทรศัพท์ (Telephone) เครื่องถ่ายเอกสารและเครื่องจักร (Electronic Machine)ปี ค.ส. 1964 ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Mainframe, Mini และ Micro Computer ใช้โปรแกรมWord Processingจัดเก็บข้อมูลในเทปแม่เหล็ก ? จานแม่เหล็กปัจจุบัน ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ PC Computer ใช้ระบบ Electronic Mail ใช้เครือข่าย Lacal Area Network (LAN) หรือ Wide Area Network (WAN)
สำนักงานอัตโนมัติ เป็นกระบวนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง การทำงานในสำนักงานที่มีอยู่เดิมให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีการนำเอาอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ และคอมพิวเตอร์ มาเป็นเครื่อง ทุ่นแรง ของการปฏิบัติงานภายในสำนักงาน ซึ่งเป็นการทำงานในยุคแห่งข่าวสารข้อมูล (Information Age) ที่มี การติดต่อ สื่อสารข้อมูลหลายรูปแบบ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ ผังงาน กราฟ และเสียง

ตะลึง..ศพปริศนา? ฆ่าฝังดิน "สะกดวิญญาณ" จับมัดตราสัง-ปักธูปรอบหลุม


ฆาตกรรมโหดฝังดินหนุ่มนิรนามตะลึง+คนร้ายทำพิธีสะกดวิญญาณไม่ให้ตามรังควาญ จับศพพนมมือมัดตราสัง-ปักธูปรอบหลุม ตร.ชี้ถูกฆ่ามาจากที่อื่น วายร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คนลงมือโหด ทุบกะโหลกแบะใช้กระสอบป่านครอบหัวแล้วนำมาฝังดินอำพรางคดี กว่าจะมีคนพบศพก็เน่าเฟะ คาดตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 วัน เชื่อปมหักหลัง ขบวนการค้าธุรกิจมืดตามแนวชายแดน โดยเฉพาะยาบ้า-โจรกรรมรถข้ามชาติ เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 มิ.ย. ร.ต.ท.อนุศร อุดร ร้อยเวร สภ.โคกสูง จ.สระ แก้ว ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่กำลังเลี้ยงวัวอยู่ในป่าสงวนติดริมถนนศรีเพ็ญ เลียบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ห่างจากท้ายหมู่บ้านหนองมั่ง หมู่ 5 ต.หนองแวง อ.โคกสูง ประมาณ 3 กม. ว่าพบศพคนถูกฆ่าฝังดินอยู่กลางป่าละเมาะ ริมถนนสายดังกล่าว จึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว นายยุทธนา นุชนารถ นายอำเภอโคกสูง และ นพ.ณัฐวุฒิ ตันฑเทอดธรรม แพทย์เวร รพ.อรัญประเทศ รุดไปตรวจสอบเกิดเหตุ พบหลุมขนาดใหญ่ลึกกว่า 1 เมตร โดยรอบมีธูปที่มอดแล้วปักอยู่ และมีร่องรอยการขุดจนเห็นศพนอนคว่ำหน้าอยู่ โดยมีกระสอบป่านสวมศีรษะ และมีผ้าร่มปิดทับร่างไว้
เจ้าหน้าที่จึงนำศพขึ้นมาตรวจสอบ พบว่าเป็นศพชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30 ปี สูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายดอกสีเหลือง กางเกงยีนส์ขายาว ศพอยู่ในสภาพมือสองข้างถูกมัดตราสังด้วยเชือกในลักษณะพนมมือ ในมือมีเงินฉบับละ 100 บาท 1 ใบ และมีเงินใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้ออีก 150 บาท ส่วนที่ขาทั้งสองข้างก็ถูกมัดด้วยเชือกอย่างแน่นหนา มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งบริเวณกกหูซ้ายอย่างแรงจนกะโหลกแตก ทั้งนี้ ศพอยู่ในสภาพเน่าเฟะ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 วัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบถุงพลาสติกสีดำถูกใส่ไว้ในหลุมข้างศพ เปิดดูภายในมีบุหรี่ 4 ซอง กาแฟกระป๋อง 2 กระป๋อง ยาสระผม 2 ซอง และมีดพกสั้นชนิดพับ 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นักศึกษาควบ "ม้า" ไปเรียน...แก้พิษน้ำมันแพง



ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นไม่หยุดเป็นแรงบีบคั้น นักศึกษากลุ่มหนึ่งในมหาวิทยาลัยแม้โจ้ คิดหาทางออกด้วยการขี่ม้าไปเรียน จากชมรมขี่ม้าเล็กๆ ขยายไปคณะสัตวแพทย์ จนปัจจุบันมีนักศึกษาทั้งหญิงและชายหันมาซื้อม้าในราคาหมื่นเศษขี่แทนรถที่ ใช้เชื้อเพลิง นักศึกษาหนุ่มเผยสุดเท่พา นศ.หญิงซ้อนท้ายม้าไปเรียน
ราคา น้ำมันที่พุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ในปัจจุบัน ทำให้ "ภาณุ เนียมชมภู" ช่างทำเครื่องหนังวัย 38 ปี หน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ตัดสินใจหันมาขี่ม้าไปทำงานและใช้ในชีวิตประจำวัน แทนการใช้รถกินน้ำมันอย่างแต่ก่อน และเขาไม่ได้หยุดแนวคิดนี้ไว้เฉพาะกับตัวเองเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่บรรดานักศึกษาในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ด้วย
ก่อนหน้านี้ ไม่นานนัก ภาณุในฐานะศิษย์เก่าแม่โจ้และนักกีฬาขี่ม้า ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ตั้งชมรมขี่ม้าขึ้น โดยมีเขาทำหน้าที่ฝึกสอนให้แก่นักศึกษาสาขาสัตวศาสตร์ คณะผลิตกรรมการเกษตรก่อน โดยใช้ม้าของสาขาวิชาที่มีอยู่ 5 ตัว ใช้เป็นพาหนะเดินทางไปเรียนภาคปฏิบัติที่ฟาร์มที่อยู่ห่างออกไป 3-5 กิโลเมตร จากโครงการประหยัดพลังงานนำร่องนี้เอง
ถึงวันนี้ได้ขยายไปสู่สาธารณะมากขึ้น เพราะนอกจากนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้แล้ว ยังมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และอีกหลายแห่งใน จ.เชียงใหม่ สมัครเข้ามาเรียนขี่ม้ากับชมรมขี่ม้าของแม่โจ้ จากชมรมเล็กๆ เน้นฝึกให้แก่นักศึกษาสาขาสัตวศาสตร์ไม่กี่คน ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 50 คน
" ศุภชัย วงศ์กล้า" นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาสัตวศาสตร์ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 1 ในสมาชิกรุ่นแรกๆ และเป็นนักศึกษากลุ่มแรกที่ซื้อม้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน เขาฝึกขี่ม้ากับภาณุในชมรมขี่ม้าแม่โจ้อยู่นานประมาณ 1 เดือน จนแคล่วคล่องจนสามารถบังคับม้าได้อย่างชำนิชำนาญมากขึ้น
จากที่เคยใช้ม้าของสาขาวิชาสัตวศาสตร์เดินทางไปทำงานภาคปฏิบัติที่ฟาร์มจน เกิดความผูกพัน ประกอบกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นมา ชายหนุ่มจึงตัดสินใจให้ภาณุหาซื้อม้าเพศผู้สายพันธุ์ไทยหรือม้าแกลบสูงไม่ เกิน 2 เมตร มาให้ 1 ตัว สนนราคาตกตัวละประมาณ 1 หมื่นบาท พร้อมทั้งตั้งชื่อให้ว่า "พธู"
ทุกๆ วันนับจากได้พธูมาแล้วภาพชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงยีนขี่ม้าแกลบ ไปเรียนตามอาคารต่างๆ กลายเป็นภาพชินตาของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ไปเสียแล้ว นอกจากจะขี่ไปเรียนและขี่ไปโรงอาหารตอนพักเที่ยงแล้ว ศุภชัยยังเคยขี่ม้าตัวโปรดไปรับเพื่อนหญิงมาเรียนด้วยกันด้วย เวลาขึ้นเรียนหรือพักรับประทานอาหารกลางวันก็จะผูกเจ้าพธูไว้ใต้ต้นไม้ เขาบอกว่านอกจากประหยัดค่าน้ำมันแล้ว การขี่ม้ายังได้ออกกำลังกายด้วย และรู้สึกโก้หรูไม่เหมือนใคร
"ม้าแกลบเหมาะกับคนไทย เพราะสูงไม่มากนัก เป็นม้าพันธุ์เดียวกันกับที่ชาวเขาใช้บรรทุกสัมภาระในการเดินทางสมัยก่อน รู้สึกมีความสุขที่ได้เลี้ยงม้า เป็นความสนใจเฉพาะบุคคล คงเป็นลักษณะเดียวกันกับเพื่อนบางคน ที่ชอบแต่งรถแข่ง ถือเป็นความชอบส่วนบุคคลที่แตกต่างกันไป" ศุภชัย แจกแจง
ไม่ เฉพาะศุภชัยเท่านั้น ยังมีเพื่อนและรุ่นน้องอีกราว 8-9 คน ที่ปฏิบัติเช่นเดียวกับเขา คือการหันไปใช้ม้าเป็นพาหนะในชีวิตประจำวันแทนรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ ดังนั้น แต่ละวันในมหาวิทยาลัยแม่โจ้บางทีก็จะเห็นนักศึกษาขี่ม้าสวนกันให้พึ่บพั่บ พอหลังเลิกเรียนพวกเขาและเธอเหล่านี้บ้างก็ขี่ม้ากลับบ้าน บ้างก็ฝากเลี้ยงไว้ที่ฟาร์มของสาขาวิชาสัตวศาสตร์
สำหรับประเด็น ข้อข้องใจที่ว่าการใช้ม้าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้จริงหรือไม่นั้น ศุภชัย ตอบเสียงฉะฉานว่า หลังจากซื้อม้ามาเลี้ยงได้ระยะหนึ่งแล้วเห็นได้ชัดว่า ช่วยประหยัดได้มาก แต่ละเดือนจะเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าอาหารม้า ซึ่งเป็นอาหารเม็ดตกเดือนละ 1 กระสอบ ราคาประมาณ 400 บาท
นอกจากนี้ก็เป็นรำแห้งอีก 80 บาท ให้อาหารเสริม เช่น กล้วยบ้างเป็นครั้งคราว เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงอย่างที่หลายคนคิด สำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็มีค่าเกือกม้า หากใช้ในการเดินทางระยะไกลเดือนครึ่งถึงสองเดือนก็เปลี่ยนสักครั้ง แต่ถ้าวิ่งใกล้ๆ และไม่ได้ใช้งานหนัก นานๆ ก็จะเปลี่ยนสักครั้ง
การ ใช้ม้าของนักศึกษาแม่โจ้นั้นได้รับความเห็นชอบจากมหาวิทยาลัยด้วยดี โดย รศ.อาคม กาญจนประโชติ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาการศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่า จากวิกฤติราคาน้ำมันที่แพงขึ้นและเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน มหาวิทยาลัยจึงอนุญาตให้นักศึกษาสามารถขี่ม้าภายในมหาวิทยาลัยแทนการขับขี่ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้
" ตอนนี้มีนักศึกษาซื้อม้าส่วนตัวมาเป็นพาหนะในการเดินทางแทนรถจักรยานยนต์ แล้ว 4-5 ตัว และกระแสตอบรับของนักศึกษาที่เข้ามาอบรมฝึกขี่ม้ากับชมรมของมหาวิทยาลัยก็มี เพิ่มขึ้น" รศ.อาคม กล่าว
แนวโน้มที่นักศึกษาจะหันมาสนใจซื้อม้ามา ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้นนี้เอง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ตระหนักถึงปัญหาที่จะตามมาในอนาคต ทั้งเรื่องการใช้พื้นผิวการจราจรร่วมกับยานพาหนะอื่นๆ อาหาร อุจจาระม้าที่เลี้ยง และจุดผูกม้าระหว่างการเข้าเรียน
มหาวิทยาลัยจึงเตรียมหารือร่วมกับชมรมขี่ม้า เพื่อหาทางออกและจัดระเบียบความเรียบร้อย ตลอดจนเตรียมการรองรับไม่ให้เกิดปัญหาตามมา โดย รศ.อาคมคาดการณ์ล่วงหน้าเอาไว้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีนักศึกษาและประชาชนหันมาสนใจใช้ม้าแทนรถยนต์มากขึ้น อาจจะถึงหลักร้อยคนในเร็วๆ นี้
ส่วน "ภาณุ เนียมชมภู" ต้นตำรับขี่ม้าช่วยประหยัดน้ำมัน ทุกวันนี้เขายังคงขี่เจ้าคำก้อน ม้าหนุ่มวัย 7 ปี ไปไหนต่อไหนอยู่เสมอ โดยทุกวันจันทร์ถึงศุกร์เขาจะขี่ม้าไปทำงานเครื่องหนังที่หน้ามหาวิทยาลัย แม่โจ้ ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ขี่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ในกลุ่มบ้าง นอกจากเจ้าคำก้อนแล้วภาณุยังหาซื้อม้ามาเพิ่มอีก 2 ตัว เป็นม้ายังไม่โตเต็มที่ดีนัก
เขากะว่าจะฝึกให้เชื่องและโตเต็มที่ก่อน แล้วจึงให้ภรรยาขี่ไปทำงาน ส่วนอีกตัวก็ให้ลูกขี่ไปเรียนหนังสือ หากใครที่มีธุระผ่านไปแถวๆ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เห็นชายหนุ่มไว้หนวดเครา สวมเครื่องเคราเหมือนคาวบอยตะวันตก ขอให้รู้ไว้เถอะว่า ได้มาถึงมหาวิทยาลัยแม่โจ้แล้ว